หนอนบุ้ง

 

 

 

ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ

Hariry  caterpillar

ชื่อวิทยาศาสตร์

Eupterote  testacca Walker

วงศ์

Eupterotidae

อันดับ

Lepidoptera

ความเสียหาย/ลักษณะการทำลาย

เป็นแมลงที่กัดเข้ากินใบอ้อยในระยะหนอน ทำให้ใบอ้อยเป็นรอยเว้าแหว่ง แต่ไม่มีความเสียหายต่อผลผลิตอ้อย ความสำคัญที่เกิดกับชาวไร่อ้อยคือ คาบและขนของหนอนที่ตกค้างอยูาตามกาบใบ้ออย มักฟุ้งกระจายไปในไร่อ้อย ทำให้ผู้ที่ปฏิบัติงานอยู่ในไร่อ้อยเกิดอาการผื่นคันตามผิวหนัง คนงานมักไม่ยอมเข้าไปตัดอ้อยในไร่ที่มีหนอนบุ้งระบาด

รูปร่างลักษณะและชีวประวัติ

ไข่   วางไข่เป็นกลุ่ม ไข่แต่ละฟองวางติดกันเป็นแถว และไข่แต่ละแถววางติดกับแถวอื่น ๆ มี 4-6 แถว ไข่แต่ละแถวมีตั้งแต่ 40-280 ฟอง หรือเฉลี่ย 152 ฟองต่อกลุ่ม ลักษณะไข่แต่ละฟองเป็นรูปทรงกระบอก ส่วนปลายมนเรียบและกึ่งกลางด้านบนมีจุดสีน้ำตาล ส่วนฐานไข่ที่ติดกับใบอ้อย ไข่ใหม่ ๆ สีเหลืองอ่อน ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำขึ้นเรื่อนๆ จนฟัหเป็นตัวหนอน ระยะไข่ 10-15 วัน

หนอน 

หนอนวัยที่ 1 (ออกจากไข่) มีขนาดความกว้างของหัววกะโหลก 0.84-1.06มิลลิเมตร ความกว้างของลำตัว 0.72-0.88 มิลลิเมตร ความยาวของลำตัว 4.46-5.84 มิลลิเมตร หัวสีน้ำตาล ลำตัวสีน้ำตาลอ่อนมีแถบสีน้ำตาลเล็ก ๆ พาดขวางลำตัวเกือบตลอกปล้อง ขนบนตัวเกือบทุกปล้อง ขนบนตัวสีอ่อน และด้านหัวยาว ระยะหนอนวัยนี้ 6-7 วัน

หนอนวัยที่ 2 (ลอกคราบครั้งที่ 1) มีขนาดความหว้างของหัวกะโหลก 1.26-1.40 มิลลิเมตร  ความกว้างของลำตัว 0.62-0.86 มิลลิเมตร ความยาวของลำตัว 5.45-6.27 มิลลิเมตร ลักษณะต่าง ๆ เหมือนวัยที่ 1 นอกจากสีของลำตัวที่เข้มขึ้นและขนาดโตขึ้น ระยะหนอนวัยนี้ 4-5 วัน

หนอนวัยที่ 3  (ลอกคราบครั้งที่ 2) มีขนาดความหว้างของหัวกะโหลก 1.80-1.84 มิลลิเมตร  ความกว้างของลำตัว 1.40-1.62 มิลลิเมตร ความยาวของลำตัว 5.45-6.27 มิลลิเมตร ลำตัวสีเข้มขึ้น และแถบสีน้ำตาลเล็กที่พาดของลำตัวมีสีเข้มขึ้นมองเห็นได้ชัดขึ้น ขนตามลำตัวยาวขึ้นและมีสีน้ำตาลอ่อน ระยะหนอนวัยนี้ 8-9 วัน

หนอนวัยที่ 4 (ลอกคราบครั้งที่ 3) มีขนาดความหว้างของหัวกะโหลก 1.95-2.00 มิลลิเมตร  ความกว้างของลำตัว 1.25-1.5 มิลลิเมตร ความยาวของลำตัว 10.0-10.1 มิลลิเมตร ลักษณะต่าง ๆ เหมือนวัยที่ 3 นอกจากขนาดโตขึ้นและแถบที่พาดข้างลำตัวเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น ระยะหนอนวัยนี้ 5-6 วัน

หนอนวัยที่ 5  (ลอกคราบครั้งที่ 4) มีขนาดความหว้างของหัวกะโหลก 2.05-3.10 มิลลิเมตร  ความกว้างของลำตัว 2.05-2.75 มิลลิเมตร ความยาวของลำตัว 15.25-19.20 มิลลิเมตร  ลำตัวสีน้ำตาล แถบที่พาดข้างลำตัวแต่ละปล้องกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม ขนบนลำตัวยาวขึ้น ระยะหนอนวัยนี้ 5-6 วัน

หนอนวัยที่ 6 (ลอกคราบครั้งที่ 5) มีขนาดความหว้างของหัวกะโหลก 3.33-3.34 มิลลิเมตร  ความกว้างของลำตัว 3.35-3.79 มิลลิเมตร ความยาวของลำตัว 15.37-18.09 มิลลิเมตร ลำตัวบนสีน้ำตาล แถบสีน้ำตาลเข้มที่พาดแต่ละปล้องมีขนาดกว้างขึ้นกว่าวัยที่ 5  ขนบนลำตัวยาวและหนาแน่นขึ้น ระยะหนอนวัยนี้ 7-8 วัน

หนอนวัยที่ 7 (ลอกคราบครั้งที่ 6) มีขนาดความหว้างของหัวกะโหลก 3.0-4.0 มิลลิเมตร  ความกว้างของลำตัว 3.5-4.0 มิลลิเมตร ความยาวของลำตัว 24.0-28.0 มิลลิเมตร ลำตัวสีน้ำตาลอ่อน แถบที่พาดข้างลำตัวแต่ละปล้องเข้มสีน้ำตาลและมีขนาดกว้างขึ้น พื้นลำตัวสีเหลือง ขนบนลำตัวยาวและหนาแน่น ระยะหนอนวัยนี้ 7-8 วัน

หนอนวัยที่ 8 (ลอกคราบครั้งที่ 7) มีขนาดความหว้างของหัวกะโหลก 4.5-5.0 มิลลิเมตร  ความกว้างของลำตัว 4.5-5.0 มิลลิเมตร ความยาวของลำตัว 28.0-32.0 มิลลิเมตร หัวสีน้ำตาลอ่อน และมีแถบสีน้ำตาลปนอยู่เป็ฯรูปมุมฉากอยู่บนทั้ง 2 ข้าง ลำตัวสีน้ำตาลแถบสีเข้มที่พาดขวางของลำตัวและปล้องนั้น พบถึงวัยนี้แถบขวางเหล่านี้ขนาดกว้างมาก เกือบเท่าความยาวของลำตัวแต่ละปล้อง และมีขนเข้มอยู่เต็มแต่ละแถบมองเห็นเป็นกระจุก ขนตามลำตัวมีสีเข้มขึ้น ยาวและหนามาก ระยะหนอนวัยนี้ 5-10 วัน

หนอนวัยที่ 9 (ลอกคราบครั้งที่ 8) มีขนาดความหว้างของหัวกะโหลก 5.0 มิลลิเมตร  ความกว้างของลำตัว 6.5-9.0 มิลลิเมตร ความยาวของลำตัว 53-60 มิลลิเมตร หัวคงมีลักษณะเหมือนวัยที่ 8 สีของลำตัวอ่อนลงทำให้มองเห็นแถบสีเข้มที่พาดขวางข้างลำตัวแต่ละปล้องได้ชัดเจนกว่า ส่วนขนที่รวมเป็นกระจุกของแต่ละแถบก็บางกว่าวัยที่ 8 ขนบนลำตัวคงมีสีเข้มหนาแน่นน้อยกว่าวัยที่ 8 ระยะหนอนวัยนี้ 5-17 วัน

ดักแด้   เป็นสีน้ำตาลเข้ม  ก่อนจะเข้าดักแด้ หนอนจะบีบใบหุ้มตัว ทำเป็นปลอกแล้วเข้าดักแด้ภายในปลอก ขนาดดักแด้กว้าง 10-13 มิลลิเมตร ยาว 20-28 มิลลิเมตร จะเข้าดักแด้ในดิน บริเวณผิวดินลึกประมาณ 1 นิ้ว ระยะดักแด้ 50-60 วัน

ตัวเต็มวัย  ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืน สีเหลืองปนน้ำตาล มีลายเส้นของปีกสีน้ำตาลเข้ม ตัวเมียหนวดเป็นเส้นเรียว ส่วนตัวผู้มีหนวดแบบหวี 2 แถวย วัดความกว้างจากขอบปีกด้านหนึ่งถึงขอบอีกด้านหนึ่ง พบว่า ตัวเมียกว้าง 60-75 มิลลิเมตร ตัวผู้กว้าง 50-55 มิลลิเมตร ตัวเต็มวัยออกเป็นผีเสื้อแล้วประมาณ 12 วัน จึงวางไข่ หลังจากวางไข่แล้ว 2 วันก็ตาย

การแพร่กระจายและฤดูกาลระบาด

พบกระขายทั่วไปในแหล่งปลูกอ้อย แต่มีปัญหาในบางพื้นที่ของจ.นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี และสุพรรณบุรี โดยในหนึ่งรอบปี แมลงชนิดนี้สามารถมีได้ 2 รุ่น พบว่าหนอนรุ่นแรกอยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม และหนอนรุ่นที่ 2 พบระหว่างเดือน ตุลาคม ธันวาคม

พืชอาหาร

อ้อย

ศัตรูธรรมชาติ

พบแตนเบียนไข่ที่สำคัญคือ Trichogramma sp. แตนเบียนหนอนคือ Cotesia sp. และพบตัวห้ำของไข่คือ พวกมดแดง

คำแนะนำการป้องกันกำจัด

  1. จับกลุ่มหนอนทำลายขณะหนอนตัวเล็กยังเล็กอยู่ จากวัยที่ 1-6 มักรวมกลุ่มกันอยู่บนใบอ้อยใบเดี่ยว จึงง่ายต่อการตัดใบอ้อยที่มีหนอนเข้ามาทำลาย
  2. ฉีดพ่นด้วยสารฆ่าแมลง carbaryl (Sevin 85% ชนิดผง) อัตรา 20-30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ chorpyrifos (Lorsban 20 ชนิดน้ำ) อัตรา 40-50 ซีซี.ต่อน้ำ 20 ลิตร

พันธุ์อ้อยที่ต้านทาน

 

พันธุ์อ้อยที่อ่อนแอ

 

เอกสารอ้างอิง

ณัฐกฤติ  พิทักษ์. 2547. แมลงศัตรูอ้อยและการป้องกันกำจัด. หน้า 57-117. ใน เฉลิมพล  ไหลรุ่งเรือง  อุดม เลียบวัน  อรรถสิทธิ์  บุญธรรม  ประพันธ์  ประเสริฐศักดิ์  วันทนีย์  อู่วานิชย์  ณัฐกฤติ  พิทักษ์  วัลลิภา  สุชาโต  สมศักดื์  ทองศรี  และตุลย์ อินทรัมพรรย์.  เอกสารวิชาการอ้อย. กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. กรุงเทพ ฯ. 147 หน้า.