ขั้นตอนวิธีการปฏิบัติในการบริหารจัดการไร่อ้อย 

          เมื่อมีปัจจัยการผลิตที่มีมาตรฐานทั้งปริมาณและคุณภาพแล้ว ขั้นต่อไปจะเป็นขั้นตอนของวิธีการปฏิบัติให้ได้คุณภาพ ตั้งแต่การปรับปรุงดิน การเตรียมดิน การปลูก การใส่ปุ๋ย การควบคุม วัชพืช ตลอดจนการเก็บเกี่ยวขนส่งและบำรุงตอ ซึ่งจะได้กล่าวพอเป็นสังเขป ดังนี้

การปรับปรุงดินให้เหมาะสมกับกับการปลูกอ้อย

  • สภาพไร่ควรจะราบเรียบ ถ้ามีจอมปลวก ตอไม้ ต้นไม้ ก้อนหิน ต้องขจัดออก ถ้าไม่ขจัดออกชาวไร่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการลงทุนปลูกอ้อยสูงกว่ารายที่ได้ขจัดออกแล้วและควรมีหน้าดินลึกกว่า 50 เซนติเมตร

  • ถ้าดินมีอินทรียวัตถุต่ำ 1.0 ให้ปรับปรุงดินด้วยปุ๋ยคอก เช่น มูลเป็ด มูลไก่ มูลโค มูลกระบือ หรือปุ๋ยพืชสด เช่น ถั่วมะแฮะ ถั่วพร้า โสน ปอเทือง ฯลฯ หรือใช้กากตะกอนหม้อกรอง (Filter cake) อัตรา 20 ตัน/ไร่ พรวนคลุกเคล้าให้เข้ากับดิน

  • ถ้าดินเป็นกรดจัด pH ต่ำกว่า 5.0 ควรปรับปรุงดินด้วยปูนขาว อัตราประมาณ 200 กิโลกรัม/ไร่ ถ้าใช้เครื่องหว่านปูนขาว ปูนจะลงสม่ำเสมอ หว่านก่อนเตรียมดินปลูก

  • ถ้าดินมีความลาดเทให้ทำคันดินขวางความลาดเท ปลูกหญ้าแฝกบนคันดิน ถ้าดินลาดเทมากคันดินต้องถี่ ถ้าลาดเทน้อยคันดินห่าง จะทำให้รักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินไว้ได้นาน

  • ถ้าพื้นที่เป็นที่ต่ำต้องจัดการระบายน้ำไม่ให้ท่วมขังในแปลง

การเตรียมดินปลูกอ้อย

     หลักการเตรียมดิน การเตรียมดินที่ลึกจะทำให้รากอ้อยหยั่งรากไปดูดน้ำอาหารได้ และการเตรียมดินที่ละเอียดจะช่วยเก็บความชื้นได้ดีโดยเฉพาะอ้อยข้ามแล้งต้องเตรียมละเอียดเป็นพิเศษ ส่วนต้นฝนไม่จำเป็น

1.  การเตรียมดินปลูกอ้อยข้ามแล้ง

  • เดือนสิงหาคม – กันยายน ไถหมักปุ๋ยพืชสด (ถั่วมะแฮะ ถั่วพร้า ฯลฯ) เปิดหน้าดินรับน้ำฝน (หมักวัชพืช) ด้วยผาน 3 หรือ ผาน 4

  • เดือนตุลาคม หลังหมดฝน พรวนด้วยผาน 7 หรือพรวน 20 จาน (ออฟเสท) ลงริปเปอร์ลึก 40-50 เซนติเมตร ความกว้างระหว่างขา 55 เซนติเมตร 1 ครั้ง เพื่อให้ส่วนที่เป็นดานแตกร้าวถึงกันหมดและดินได้อากาศ แล้วตัดขวางอีก 1 ครั้ง เสร็จแล้วพรวนด้วย 20 จาน    (ออฟเสท) ถ้าหากมีไถสิ่ว จะใช้ไถสิ่วแทนริปเปอร์ก็ได้ผลดีเช่นเดียวกัน

  • ปลายตุลาคม ปลูกจนกระทั่งเดือนธันวาคม หรือดินหมดความชื้น

  • ถ้าดินหมดความชื้นแล้วยังปลูกไม่เสร็จให้ใช้น้ำราด

  • การที่ไม่แนะนำให้ใช้ผาน 3 หรือผาน 4 เตรียมดินหลังจากหมดฝนแล้วเพราะหลังจากหมดฝนหน้าดินเริ่มแห้งการใช้ผานไถพลิกดินเอาดินชื้นขึ้นมาและเอาดินแห้งพลิกลงไปทำให้ความชื้นสูญเสียมากกว่าการใช้ริปเปอร์หรือไถสิ่วซึ่งไม่พลิกดินซึ่งความชื้นไม่สูญเสีย

2.  การเตรียมดินรื้อตอปลูกต้นฝน

  • ระยะเวลาดำเนินการ ธันวาคม – มีนาคม

- กรณีมีใบอ้อย - ผานไถชนิดพรวนคลุกใบอ้อยให้เข้ากับดิน

- กรณีเผาใบ    - ถ้าเป็นอ้อยเผาใบ พรวนรื้อตอด้วยผาน 7 หรือพรวน 20 (ออฟเสทของ KMT) ดินจะร่วนตอจะแตกถ้าไถด้วยผาน 3 หรือผาน 4 จะไถตอขึ้นทั้งตอ ตอจะไม่ตายและจะแตกหน่อขึ้นอีก ทำให้เกิดพันธ์ปลอมปน

  • ไถด้วยผาน 3 หรือผาน 4

  • พรวนอีก 1 ครั้ง

  • ริปเปอร์แบบตาหมากรุก

  • ยกร่องรอฝน (ถ้าความชื้นไม่พอ)

  • ปลูกเมื่อฝนตก หรือดินมีความชื้น ยกร่องปลูกทันที หรือปลูกด้วยเครื่องปลูก

  • ให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม

การเตรียมพันธุ์อ้อย

  • ชาวไร่ทุกรายควรมีแปลงพันธุ์ของตนเอง เพื่อที่จะได้พันธุ์บริสุทธิ์ (ไม่คละพันธุ์) ปลอดโรค และแมลง

  • ขณะตัดพันธุ์ต้องตัดเฉพาะอ้อยลำที่สมบูรณ์เท่านั้น อ้อยลำเล็กผิดปกติ อ้อยเป็นโรค ห้ามตัดให้ทิ้งไว้ในไร่ นำเฉพาะอ้อยปกติเท่านั้นไปปลูก

  • กรณีมีหนอนกอเข้าทำลายบ้างเล็กน้อย ก่อนปลูกให้นำไปแช่น้ำ 24 ชั่วโมง หรือแช่น้ำร้อน 50-52° C เป็นเวลา 2 ชั่วโมง หรือแช่น้ำปูนขาว 7-8 ชั่วโมง หรือใช้แบคทีเรียผสมน้ำราดกองพันธุ์อ้อยทิ้งไว้ 1-2 วันก่อนปลูก เพื่อฆ่าหนอนในลำอ้อย

  • การตัดพันธุ์ต้องไม่ลอกกาบ เพราะการขนย้ายจะทำให้ตาช้ำ ตาแตก อ้อย ไม่งอก

  • เมื่อตัดพันธุ์เสร็จให้รีบปลูกเพราะถ้าทิ้งไว้นานเกิน 5 วัน เปอร์เซนต์การงอกจะต่ำลง

  • การลอกกาบก่อนปลูกจะทำให้อ้อยงอกเร็วกว่าไม่ลอกกาบเล็กน้อย แต่จะทำให้เสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น ถ้าใช้เครื่องปลูกควรลอกกาบเพราะจะทำให้อ้อยลงสม่ำเสมอ

  • ถ้าสงสัยว่าแปลงพันธุ์อ้อยจะเป็นโรคใบขาวหรือไม่ ให้สุ่มตัดยอดทิ้ง จำนวน 15-20 ยอด ถ้าตาที่แตกมีใบขาวเกินจาก 1-2 ต้น อ้อยแปลงนี้ก็ไม่ควรใช้ทำพันธุ์

การปลูกอ้อย

          การปลูกอ้อยให้งอก 100% ดินจะต้องมีความชื้นพอเหมาะพันธุ์อ้อยจะต้องสมบูรณ์ ตาอ้อยไม่แตกหรือช้ำ เมื่อวางท่อนพันธุ์แล้ว เทคนิคการกลบจะมีผลต่อการเกิด และการแตกกอของอ้อยกล่าวคือถ้ากลบบางเกินไปดินอาจจะแห้งก่อนอ้อยจะงอก ถ้ากลบดินหนาเกินไป อ้อยจะเกิดช้าและไม่แตกกอ หรือหากปลูกแล้วฝนทับอ้อยจะเน่าไม่งอกเลย ฉะนั้นการกลบท่อนพันธุ์จะหนาหรือบางขึ้นกับสถานการณ์ในขณะนั้น

          การปลูกอ้อยสามารถใช้เครื่องปลูกและแรงงานคนวางท่อนพันธุ์แล้วกลบด้วยแรงงาน รถไถเดินตามหรือรถแทรกเตอร์ติดเครื่องมือกลบ มีทั้งปลูกอ้อยข้ามแล้ง ก่อนฝน (น้ำราด) และต้นฝน ขั้นตอนและวิธีการปลูก ดังนี้

1.  เครื่องปลูกอ้อย เครื่องปลูกอ้อยมีหลายแบบ เช่น เครื่องปลูกแบบเสียบท้าย เครื่องปลูกแบบเสียบบน เครื่องปลูกแบบท่อน (Billet Planter) ที่นิยมใช้ในบ้านเราคือ เครื่องปลูกแบบเสียบบน และเครื่องปลูกแบบเสียบท้าย

  • ตรวจความพร้อมของเครื่องปลูกอ้อย หัวหมูอยู่ในสภาพดีเบิกร่องได้ดี ใบมีดตัดพันธุ์อ้อยคมอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ลูกยางป้อนอ้อยไม่ฉีกขาดไม่แข็งเกินไป (ถ้าแข็งเกินไปจะทำให้ ตาอ้อยแตกหรือท่อนพันธุ์บอบช้ำทำให้เชื้อโรคเข้าได้ง่าย

  • โซ่ สายพาน อยู่ในสภาพสมบูรณ์ พร้อมใช้งาน

  • ชุดใส่ปุ๋ย ท่อส่งปุ๋ยอยู่ในสภาพเรียบร้อยพร้อมใช้งาน ปุ๋ยรองพื้นใช้สูตร 20-20-0 หรือ 16-20-0 หรือ 16-16-8 (ให้ p สูง เพื่อเร่งราก)

  • ชุดกลบดินต้องตั้งให้กลบดินพอเหมาะกับช่วงที่ปลูกในขณะนั้น

  • ลูกกลิ้งบดอัด ถ้าปลูกข้ามแล้ง การกลบหลังบดอัดให้แน่นแล้วหนา 6-10 เซนติเมตร ถ้าปลูกต้นฝนดินชื้นมาก กลบหนา 2-5 เซนติเมตร ไม่จำเป็นต้องบดอัด

  • ปลูกโดยใช้เกียร์ สโลว์ (slow) 1-2 อัตราเร็ว ประมาณ 4 กิโลเมตร/ชั่วโมง เร่งเครื่องยนต์ที่ 1,300-1,500 รอบ/นาที

  • ปรับความลึกของร่องประมาณ 20-25 เซนติเมตร โดยใช้ระบบไฮโดรลิกอัตโนมัติ ควบคุม

  • ป้อนท่อนพันธุ์โดยไม่ขาดตอนหรือป้อนท่อนพันธุ์ให้ซ้อนกัน 0.50-1.00 เมตร ปัจจุบันนิยมใช้เครื่องปลูกแบบร่องคู่ เพื่อลดการเสี่ยงจากอ้อยไม่งอกและเพิ่มเปอร์เซนต์การงอก

  • ระยะระหว่างร่อง 1.50 เมตร

  • ถ้าดินมีปลวกต้องฉีดพ่นท่อนพันธุ์ด้วยแอสเซนต์ อัตรา 450 ซีซี./ไร่ หรือ 80 ซีซี.ต่อน้ำ 20 ลิตร

2.  การปลูกอ้อยข้ามแล้ง เดือนตุลาคม – พฤศจิกายน หรือธันวาคม

  • ดินที่เตรียมไว้ต้องละเอียด เตรียมดินลึกมากกว่า 30 เซนติเมตร ดินมีความชื้นดี ปลูกด้วยเครื่องปลูกจะลดการสูญเสียความชื้น ความลึกที่ระดับ 20 เซนติเมตร มีความชื้นดี เมื่อกำดูดินจะรวมเป็นก้อน เมื่อแบมือออกดินไม่แตกออก ถ้าแตกออกแสดงว่าความชื้นไม่พอ ต้องให้น้ำ ถ้าไม่มีน้ำต้องยุติการปลูก

  • การปลูกด้วยแรงงานเมื่อเปิดร่องด้วยผานหัวหมูจะต้องรีบใส่ปุ๋ยรองพื้นวางท่อนพันธุ์ สับ 3-4 ตา/ท่อน กลบดินหนาประมาณ 10 เซนติเมตร ด้วยรถไถเดินตามหรือแรงงาน

  • ระยะห่าง 1.20-1.30 เมตร สำหรับการบำรุงรักษาด้วยแรงงาน หรือรถไถ เดินตาม

  • ระยะห่าง 1.40-1.50 เมตร สำหรับการบำรุงรักษาด้วยเครื่องจักรกล

  • ถ้าพันธุ์ที่แตกกอไม่ดี ควรวางท่อนคู่ หรือปลูกร่องคู่

  • ถ้าดินมีปลวกให้ฉีดพ่นท่อนพันธุ์ด้วยแอสเซนด์ อัตรา 450 ซีซี./ไร่ ก่อนกลบ

3.  ปลูกอ้อยน้ำราด ระหว่างเดือนธันวาคม - มีนาคม

  • ถ้าดินที่เตรียมไว้ความชื้นไม่เพียงพอ หลังจากเบิกร่องใส่ปุ๋ยรองพื้น 40-50 กิโลกรัม/ไร่ วางท่อนพันธุ์ สับ 3-4 ตา/ท่อน กลบบาง ๆ แล้ว ให้น้ำในร่องอ้อยเมื่อดินหมาด ให้กลบด้วย ดินแห้ง 3-5 เซนติเมตร

  • ระยะห่างระหว่างร่อง 1-20-1.30 เมตร สำหรับบำรุงรักษาด้วยแรงคนหรือ รถไถเดินตาม หรือระยะห่าง 1.40-1.50 เมตร สำหรับบำรุงรักษาด้วยเครื่องจักรกล

  • พันธุ์อ้อยหากแตกกอไม่ดีควรวางคู่

  • ถ้าดินมีปลวกให้ฉีดพ่นท่อนพันธุ์ด้วยแอสเซนต์ อัตรา 450 ซีซี/ไร่ ก่อนกลบ

4.  ปลูกอ้อยต้นฝน

  • ควรปลูกตั้งแต่ฝนแรก ๆ ควรจะให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม เดือนมีนาคม-เมษายน เกิดฝนตก ดินชื้นพอ ถ้าปลูกช่วงมีนาคม-เมษายน อากาศร้อนจัด ถ้ากลบดินน้อยกว่า 10 เซนติเมตร ตาอ้อยจะสุกไม่งอก หรือดินจะแห้งก่อนอ้อยงอก อ้อยจะเสียหายหมดถ้าฝนไม่ตกซ้ำ ฉะนั้นการปลูกอ้อยในเดือนมีนาคม-เมษายน ต้องติดตามสภาพ ดินฟ้าอากาศอย่างใกล้ชิด ถ้าอากาศร้อนจัดควรกลบดินหนา 10-12 เซนติเมตร และดินต้องมีความชื้นเพียงพอ

  • ระยะระหว่างร่อง 1-20-1.30 เมตร สำหรับบำรุงรักษาด้วยแรงงานคนหรือ รถไถเดินตาม หรือระยะห่าง 1-40-1.50 เมตร สำหรับบำรุงรักษาด้วยเครื่องจักร หลังจากเบิกร่อง ใส่ปุ๋ยรองพื้น 40-50 กิโลกรัม/ไร่ วางท่อนพันธุ์ สับ 3-4 ตา/ท่อน ถ้าดินชื้นมาก กลบ 2-5 เซนติเมตร หรือไม่ต้องกลบ

  • พันธุ์อ้อยหากแตกกอไม่ดีควรวางคู่ หรือปลูกร่องคู่ ข้อควรระวัง การกลบดินหนา หากฝนตกหนักจะทำให้ท่อนพันธุ์เน่า ไม่งอก ถ้างอกจะไม่แตกกอ

การดูแลรักษา

การดูแลรักษา ได้แก่ การควบคุมวัชพืช การใส่ปุ๋ย การควบคุมโรคและแมลง

< back     next >