กระบวนการบริหารปัจจัยการผลิต

การปรับปรุงดินและสภาพพื้นที่ให้เหมาะสมกับการปลูกอ้อย
ความชื้นพอเพียง
พันธุ์อ้อยเหมาะสม
การเตรียมดินที่ดี
ปลูกอ้อยในเวลาที่เหมาะสม
จำนวนลำต่อไร่เหมาะสม คือมีจำนวนลำต่อไร่ ไม่ต่ำกว่า 10,000 ลำ/ไร่
ธาตุอาหารสมดุล และใส่ถูกวิธี
วัชพืชไม่มีรบกวน
ปราศจากโรคแมลง


การเก็บตัวอย่างดินเพื่อการวิเคราะห์ทางเคมี

ตัวอย่างดินที่เก็บได้เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของที่ดินทั้งแปลง ซึ่งอาจมีเนื้อที่ 10-20 ไร่ หรือมากกว่านั้น เพราะฉะนั้น การได้ผลถูกต้องแน่นอนของการวิเคราะห์ จึงขึ้นอยู่กับตัวอย่างดินเป็นประการแรก ถ้าเก็บตัวอย่างดินไม่ถูกต้องตามวิธี ตัวอย่างดินที่ได้นั้น ก็จะไม่มีคุณสมบัติเป็นตัวอย่างแทนของดินในไร่ การนำผลวิเคราะห์มาใช้ในการแนะนำการใช้ปุ๋ย ก็จะเกิดการผิดพลาดขึ้นได้ ฉะนั้น การเก็บตัวอย่างดินในไร่อ้อย ควรอ่านวิธีการเก็บตัวอย่างดินให้เข้าใจเสียก่อนแล้วปฏิบัติตามให้ถูกต้อง มิฉะนั้น การวิเคราะห์ดินย่อมไม่เกิดประโยชน์

หลักการสำคัญ

  1. ดินตัวอย่างที่เก็บจะต้องเป็นตัวแทนที่ถูกต้องของดินบริเวณนั้น ถ้าเก็บมาผิดพลาด ผลการวิเคราะห์และการแนะนำการใช้ปุ๋ยหรือการจัดการดิน จะผิดพลาดหมด

  2. อุปกรณ์และภาชนะต่าง ๆ ที่ใช้ในการเก็บดิน ต้องสะอาดจริง ๆ

  3. ตัวอย่างดินแต่ละตัวอย่างจะต้องเป็นตัวแทนของพื้นที่ที่มีความสม่ำเสมอกัน และมีพื้นที่ไม่เกิน 50 ไร่ ถ้ามีพื้นที่ใหญ่มากหรือไม่สม่ำเสมอ เช่น มีความลาดเทต่างกัน ปลูกพืชต่างชนิดกัน หรือเคยใช้ปุ๋ยต่างกัน ฯลฯ พื้นที่เช่นนี้จะต้องแบ่งแยกออกเป็นแปลงย่อยแล้วเก็บตัวอย่างดินแปลงย่อยละหนึ่งตัวอย่าง

  4. เวลาที่เก็บตัวอย่างดินจะเก็บเมื่อไรก็ได้ แต่สำหรับการปลูกพืชตามฤดูกาล แนะนำให้เก็บดินก่อนปลูกพืช 2 เดือน

  5. พื้นที่ดินแต่ละแปลงควรเก็บตัวอย่างมาวิเคราะห์ 2-3 ปีต่อครั้ง

  6. เพื่อให้การแนะนำถูกต้องที่สุดกสิกรจะต้องกรอกข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้ที่ดินที่ผ่านมาแล้ว ให้มากและละเอียดที่สุด

อุปกรณ์และวิธีการในการเก็บดิน

 

(1)  อุปกรณ์ที่ใช้

(2) วิธีการ

(2.1) ตัวอย่างดินแห้งสนิท

(2.2)  แบ่งพื้นที่ (ถ้าจำเป็นต้องแบ่งเช่นพื้นที่ที่ลาดเทต่างกัน มีการปลูกพืชหรือการจัดการอื่น ๆ ที่ต่างกันหรือพื้นที่ใหญ่มากเกินไป) เมื่อแบ่งแล้วให้หมายเลขแต่ละแปลง กสิกรควรทำแผนที่แสดงการแบ่งแปลงนี้ด้วยเพื่อกันลืม

(3)  เดินสุ่มเก็บตัวอย่างดิน  ให้ทั่วในแต่ละแปลงเพื่อเก็บดิน  แปลงละประมาณ 15 จุด

(4)  การเก็บดิน  แต่ละจุดควรทำดังนี้ คือ ใช้พลั่วหรือจอบขุดดินเป็นหลุมรูปคมขวานลึกประมาณ 15 เซนติเมตร

หลังจากนั้นใช้พลั่วแซะดินด้านหนึ่งของหลุมที่ขุด  ให้เกลี่ยเป็นแผ่นหนาประมาณ 2-3 เซนติเมตร ลึกลงไปประมาณ 15 เซนติเมตร

ดินที่ได้นี้เป็นดินหนึ่งจุดในจำนวน 15 จุด ที่เราต้องเก็บทั่วทั้งแปลง ใส่รวมกันใน กระป๋องพลาสติก

(5)  คลุกเคล้าตัวอย่างดิน ในกระป๋องพลาสติกให้เข้ากัน  แล้วเทลงบนผ้าพลาสติก  ทำการคลุกเคล้าให้เข้ากันอีกครั้ง  โดยยกมุมพลาสติกทีละ 2 มุม ที่อยู่ตรงข้ามกัน ทำสลับมุมกัน 3-4 ครั้ง

หลังจากนั้นกองดินเป็นรูปผาชีแล้วใช้มือขีดเป็นกากบาด (+) บนยอดฝาชี ซึ่งจะทำให้กองดินถูกแบ่งเป็น 4 ส่วน

เก็บตัวอย่างจากกองดินนี้เพียงหนึ่งส่วน ให้ได้ (ดินหนักประมาณครึ่งกิโลกรัม) ใส่ในถุงพลาสติกที่เตรียมไว้เพื่อส่งมาวิเคราะห์

6) เขียนป้ายบอกเบอร์แปลง ชื่อผู้ส่งพร้อมที่อยู่พร้อมรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับตัวอย่างดิน ผูกดินไว้กับตัวอย่างดิน ป้ายนี้กสิกรควรทำอีกหนึ่งชุด เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน

หมายเหตุ   ถ้าเป็นดินที่ปลูกไม้ยืนต้นควรเก็บดินทั้งที่ระดับความลึก 0-15 เซนติเมตร และ 40-50 เซนติเมตรแยกกัน 
ดังนั้นแปลงหนึ่ง ๆ จะมีดิน 2 ตัวอย่าง

< back     next >