การกำหนดราคาอ้อย (ขั้นต้นและขั้นสุดท้าย)

ก่อนเริ่มฤดูการผลิตน้ำตาลทรายในปีหนึ่ง ๆ นั้น คณะกรรมการบริหารมีหน้าที่ที่จะต้อง จัดทำประมาณการรายได้จากการจำหน่ายน้ำตาลทรายที่คาดว่าจะผลิตได้ในฤดูนั้น เพื่อกำหนดราคาอ้อย ขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้น ซึ่งวิธีการและหลักเกณฑ์ในการ จัดทำนั้น จะเป็นไปตามที่คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายกำหนด โดยการกำหนดราคาอ้อยขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้นนั้น ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละแปดสิบของประมาณการรายได้ และต้องคำนึงถึงต้นทุนการผลิตอ้อยและน้ำตาลทรายด้วย

 เมื่อคณะกรรมการบริหารได้จัดทำประมาณการรายได้และกำหนดราคาอ้อยขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและการจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้นแล้ว  จะต้องแจ้งให้แก่สถาบันชาวไร่อ้อย และสมาคมโรงงานทราบ พร้อมทั้งจัดให้มีการประชุมผู้แทนสถาบันชาวไร่อ้อย และผู้แทนสมาคมโรงงานเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อคัดค้าน โดยจะต้องมีการจัดทำหนังสือแจ้งให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า สิบวันก่อนวันประชุม ซึ่งหากมีการคัดค้านให้ทำคำคัดค้านเป็นหนังสือพร้อมด้วยเหตุผลโดยละเอียด ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ก่อนวันประชุม

จากนั้นทาง สอน.จะสรุปผลการประชุมพร้อมตัวเลขประมาณการรายได้ และราคาอ้อย ขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้นเสนอต่อคณะกรรมการอ้อยและ น้ำตาลทราย เพื่อพิจารณาและเสนอความเห็นต่อไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ 

เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว สอน.ก็จะประกาศราคาอ้อยขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่าย น้ำตาลทรายขั้นต้นในราชกิจจานุเบกษา โดยโรงงานจะใช้ราคาอ้อยขั้นต้นที่กำหนดไว้นี้ ในการคำนวณเงินเพื่อชำระค่าอ้อยล่วงหน้าให้แก่ชาวไร่อ้อย  และเมื่อสิ้นเดือนกันยายนของทุกปี คณะกรรมการบริหารก็จะต้องคำนวณรายได้สุทธิที่ได้จากการจำหน่ายน้ำตาลทรายในแต่ละฤดูการผลิต 

จากนั้นในเดือนตุลาคม คณะกรรมการชุดนี้จะต้องกำหนดราคาอ้อยขั้นสุดท้ายและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นสุดท้ายเสนอต่อ คณะกรรมการชุดใหญ่ โดยในการกำหนดนั้นจะต้องคำนึงถึงรายได้สุทธิที่คำนวณไว้ ต้นทุนและผล ตอบแทนในการผลิตอ้อย ต้นทุนและผลตอบแทนในการผลิตน้ำตาลทราย ราคาอ้อยขั้นต้น ผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้น และเงินที่ได้รับจากกองทุน        เมื่อคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายเห็นชอบกับการกำหนดราคาดังกล่าวแล้วจะต้อง นำเสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา เช่นเดียวกับการกำหนดราคาขั้นต้น ซึ่งหากราคาอ้อยขั้นสุดท้ายและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้น สุดท้ายต่ำกว่าราคาอ้อยขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้น กองทุนอ้อยและตาลทรายจะต้องจ่ายเงินชดเชยให้แก่โรงงานเท่ากับส่วนต่าง ๆ ดังกล่าว โดยที่ชาวไร่อ้อยไม่ต้องส่งคืน ค่าอ้อยที่ได้รับล่วงหน้าและมีราคาเกินกว่านั้นกับโรงงาน

ในทางกลับกันหากราคาอ้อยขั้นสุดท้าย และผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นสุดท้ายสูงกว่าราคาอ้อยขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้น โรงงานจะต้องชำระค่าอ้อยเพิ่มให้แก่ชาวไร่อ้อยจนครบตามราคาขั้นสุดท้าย

โดยในฤดูการผลิตปี 2540/41  ทางสอน.ได้ประกาศราคาอ้อยขั้นต้น  และผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้นไว้เป็นราคาเดียวทั่วประเทศ ดังนี้

    1. ราคาอ้อยขั้นต้น เมตริกตันละ 600.00 บาท ณ ระดับความหวานที่ 10 ซีซีเอส.
                        และกำหนดให้อัตราการขึ้น/ลง ของราคาอ้อยเท่ากับ 36.00 บาท ต่อ 1 หน่วย ซีซีเอส. ต่อเมตริกตัน

    2. ผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้น กระสอบละ 273.47 บาท


 

ตารางที่ 6 แสดงราคาอ้อยและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทราย  ตั้งแต่ปีการผลิต 2525/26-2539/40

ปีการผลิต

ราคาอ้อย
(บาท/ตัน)

ผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทราย
(บาท/กระสอบ)

ขั้นต้น

ขั้นสุดท้าย

+เพิ่ม/-ลด

ขั้นต้น

ขั้นสุดท้าย

+ เพิ่ม/- ลด

2525/26 350 381.00 +31.00 . . .
2526/27 421  421.00

-

. . .
2527/28 395 379.89 -15.11 . . .
2528/29 330 388.00 +58.00 . . .
2529/30 375 408.00 +33.00 . . .
2530/31 405 462.00

+57.00

168.51 241.12 +72.61
2531/32 450

527.45

+77.45 188.03 237.87 +49.84
2532/33 460 596.55 +136.55 191.15 287.29 +96.14
2533/34 460 442.10 -17.90 193.40 243.42 +50.02
2534/35 399 480.00 +81.00 167.46 227.98 +60.52
2535/36 420 516.30 +96.30 177.23 246.79 +69.56
2536/37 490 533.01 +43.01 207.55 257.03 +49.48
2537/38 520 569.27 +49.27 236.11 269.70 +33.59
2538/39 500 537.61 +37.61 225.57 287.16 +61.59
2539/40* 500 . . 220.92 . .

ราคาอ้อยขั้นสุดท้ายและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นสุดท้าย ปีการผลิต 2539/40
ได้กำหนดเป็นรายเขต 12 ราคา

 

การคิดราคาอ้อยตามระบบแบ่งปันผลประโยชน์

ในช่วงก่อนปีการผลิต 2525/26 การกำหนดราคาอ้อยเป็นไปโดยเสรี ตามกลไกของตลาด ราคาซื้อขายอ้อยขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรองระหว่างชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาล ในแต่ละปีปัญหาที่ เกิดขึ้นก็คือ ชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลไม่สามารถตกลงราคากันได้ เนื่องจากราคาน้ำตาลในตลาดโลกผันผวนอยู่ตลอดเวลา เกษตรกรชาวไร่อ้อย ได้รับความเดือดร้อนเพราะรายได้ที่ได้รับไม่แน่นอนและเกิดความรู้สึกไม่มั่นคงในอาชีพการปลูกอ้อย รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นทุกปี ซึ่งในบางปีต้องชดเชยรายได้ให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อย ทำให้รัฐบาลไม่สามารถจัดระเบียบการบริหารอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายให้เป็นไปอย่างมีเสถียรภาพและมีแบบแผนที่ดีได้

จากปัญหาดังกล่าวนั้น ทำให้เกิดแนวความคิดที่จะจัดทำระบบแบ่งปันผลประโยชน์ มากำหนดราคารับซื้ออ้อย โดยศึกษาจากรูปแบบระบบการแบ่งปันผลประโยชน์ของประเทศที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว เช่น ออสเตรเลีย และอัฟริกาใต้ นำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทย โดยกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผู้เสนอนโยบายนี้ต่อคณะรัฐมนตรี และได้รับการอนุมัติให้นำมาใช้ตั้งแต่ปีการผลิต 2525/26 ซึ่งทำให้ปัญหาต่าง ๆ ลดลงมาก

ในระบบแบ่งปันผลประโยชน์มีการแบ่งน้ำตาลออกเป็น 3 ส่วน คือ น้ำตาลโควต้า ก เป็น น้ำตาลทรายที่ผลิตเพื่อการบริโภคภายในประเทศ น้ำตาลทรายโควต้า ข และ ค เป็นน้ำตาลทรายที่ผลิตเพื่อการส่งออก โดยที่น้ำตาลทรายโควต้า ข คือปริมาณน้ำตาลทรายดิบที่โรงงานน้ำตาลต้องส่งมอบให้แก่บริษัท อ้อยและน้ำตาลไทย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมของเกษตรกรชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล และ ราชการเพื่อนำไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ซึ่งเป็นแนวความคิดที่จะให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยเข้าใจระบบการจำหน่ายน้ำตาลทรายในตลาดโลก และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการตลาด โดยให้ถือว่าราคา น้ำตาลทรายดิบโควต้า ข ในแต่ละฤดูการผลิตเป็นราคาน้ำตาลมาตรฐานที่ส่งออกและใช้เป็นเกณฑ์ในการกำหนดราคาน้ำตาลโควต้า ค เพื่อใช้ในการคำนวณรายได้ด้วย

รายได้ทั้งหมดจากการขายน้ำตาลทรายทั้ง 3 ส่วน หักด้วยค่าใช้จ่ายที่ยินยอมตกลงกันจะถือเป็นรายได้สุทธิของระบบ ซึ่งจะนำมาแบ่งปันรายได้กันระหว่างเกษตรกรชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาล โดยแบ่งให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยในอัตราส่วนร้อยละ 70 และโรงงานน้ำตาลในอัตราส่วน 30 หรือคิดเป็นสูตร ดังนี้

 

ราคาอ้อย                   =

0.7 (ร1 + ร2)

อ้อยเข้าหีบ

เมื่อราคาอ้อย              =  บาท/ตัน
      0.7                      =  สัดส่วนของชาวไร่อ้อย
       ร1                      = รายรับสุทธิจากการจำหน่ายน้ำตาลภายในประเทศ
       ร2                      = รายรับสุทธิจากการจำหน่ายน้ำตาลไปต่างประเทศ
อ้อยเข้าหีบ                 = ปริมาณตันอ้อยที่เข้าหีบในโรงงานทั้งหมด

 

ข้อมูลทั้งหมดยกเว้นส่วนแบ่ง 70/30 เป็นตัวเลขคาดคะเน ทำให้ราคาอ้อยที่ได้ยังไม่แน่นอน จึงเรียกว่าราคาอ้อยขั้นต้น ซึ่งกำหนดไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของราคาคำนวณ เมื่อได้ตัวเลขที่แท้จริงหลังปิดหีบแล้วจึงคำนวณราคาใหม่อีกครั้ง ราคาภายหลังนี้เป็นราคาอ้อยที่แท้จริงเรียกว่า ราคาอ้อยขั้น สุดท้าย ซึ่งจะประกาศหลังจากปิดบัญชีในวันที่ 30 กันยายน แล้ว ถ้าราคาอ้อยขั้นสุดท้ายสูงกว่าราคาอ้อยขั้นต้น ชาวไร่ก็จะได้ราคาอ้อยเพิ่มอีก แต่ถ้าราคาขั้นสุดท้ายต่ำกว่าราคาขั้นต้น ราคาอ้อยก็จะถูกหักตามส่วนในปีต่อมา ซึ่งเกิดขึ้นน้อยมาก

ตลอดระยะเวลา 17 ปี ที่ผ่านมา การคิดราคาอ้อยภายใต้ระบบแบ่งปันผลประโยชน์ดังกล่าว ทำให้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทย มีความมั่นคง และเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพิจารณาได้จากผลผลิตอ้อยและน้ำตาลทรายที่เพิ่มขึ้นตามลำดับ

< back     next >